กระดานข่าว
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ดังใบไม้เหลือง
(Reader : 1565 )
"ปัณฑุปลาไสว ทานิสิ ยมปุริสาปิ จ ติ อุปัฏฐิตา อุยโยคมุเข จ ติฎฐสิ ปาเถยยัมปิ จ เต น วัชชติ"
บัดนี้เธอแก่ดังใบไม้เหลือง ยมฑูตกำลังเฝ้ารออยู่ เธอกำลังจะจากไปไกล แต่เสบียงเดินทางของเธอไม่มี

ขาวดอกเลา...แต่งแต้ม...แซมผมแล้ว
แบ่งเป็นแนว...ร่วงโรย...โปรยสีขาว
เดินทางไกล...แสนลี้...มีเรื่องราว
ตำนานยาว...บันทึกผ่าน...กาลเวลา

ใกล้ใกล้วัน...สละร่าง...สู่ทางใหม่
หนทางไกล...สุดกู่...อยู่ข้างหน้า
บาปที่ทำ...กรรมที่สร้าง...ต่างตรึงตรา
เป็นคุณค่า...เสบียงกรัง...พลังบุญ

ทบทวน...วิบากกรรม...แต่หนก่อน
รำลึกย้อน...ดีชั่ว...ตัวเกื้อหนุน
คอรัปชั่น...ทำลายชาติ...ขาดเป็นจุล
เหลือต้นทุน...เสียงสาปแช่ง...ทุกแหล่งไทย

ขาดเสบียง...เลี้ยงวิญญาณ...ผ่านพิภพ
แม้ซากศพ...เศษละออง...ยังหมองไหม้
จิตวิญญาณ...เร่ร่อนร้าง...หนทางไกล
กี่ล้านไมล์...จึงใช้หมด...กฎแห่งกรรม
Posted by : นภาจรี วัน/เวลา : 1/6/2549 21:02:31
สาธุ ..

ลุ่มลึกชัดเจนจบบทเปรียบดั่งกระดาษทรายขัดสนิมที่เกรอะกรังให้หลุดร่วง รูปกายนี้ไม่ใช่สิ่งที่ควรค่าอาลัย เมื่อถึงวัยก็ต้องจากไป ทุกคนต้องไป สิ่งที่จะมีประโยชน์ต่อการเดินทางที่ยังไม่จบ มีบุญเท่านั้นเป็นที่พึ่ง..
Posted by : ป่ามืด
วัน/เวลา : 1/6/2549 23:21:40
  แล้วอุปัฏฐิตาแปลว่าอะไรคะ
ใครทราบแล้วตอบด้วย
ขอบคุณคะ
Posted by : นักเรียน
วัน/เวลา : 5/2/2550 21:47:37
อุปัฏฐิตา = อุปัฏฐาก

แปลว่าบำรุง

อุปฏฺฐิตา สีลวนฺโต สญฺญฺตา พฺรหฺมจาริโน
ท่านผู้มีศีลสำรวมแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ เราได้บำรุงแล้ว

สาธุ เจริญธรรม  
Posted by : sara
วัน/เวลา : 8/2/2550 0:29:12
พระศาสดาทรงแสดงธรรม

พระศาสดา ตรัสเรียกบิดาของพวกเขามาแล้ว ตรัสว่า “อุบาสกท่านเป็นคนแก่ มีสรีระแก่หง่อมเช่นกับใบไม้เหลือง, เสบียงทางคือกุศลเพื่อจะไปยังปรโลกของท่านยังไม่มี, ท่านจงทำที่พึ่งแก่ตน จงเป็นบัณฑิต อย่าพาล” ดังนี้แล้ว เมื่อทรงทำอนุโมทนา จึงได้ตรัสพระคาถาเหล่านี้ว่า:-

“บัดนี้ ท่านเป็นดุจใบไม้เหลือง, อนึ่ง บุรุษแห่งยายม (คือความตาย) ปรากฏแก่ท่านแล้ว. ท่านตั้งอยู่ใกล้ปากแห่งความเสื่อม, อนึ่ง แม้เสบียงทางของท่าน ก็ยังไม่มี. ท่านนั้น จงทำที่พึ่งแก่ตน, จงรีบพยายาม จงเป็นบัณฑิต ท่านกำจัดมลทินได้แล้วไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน จักถึงอริยภูมิอันเป็นทิพย์”


พวกบุตรถวายทานอีก

บุตรเหล่านั้น ทูลนิมนต์พระศาสดา แม้ประโยชน์ในวันรุ่งขึ้น ถวายทานแล้ว ได้กราบทูลพระศาสดาผู้ทรงทำภัตกิจแล้ว ในเวลาทรงอนุโมทนาว่า “พระเจ้าข้า แม้ภัตนี้พวกข้าพระองค์ถวายให้เป็นชีวภัตเพื่อบิดาของปวงข้าพระองค์เหมือนกัน, ขอพระองค์จงทรงทำอนุโมทนาแก่บิดานี้นี่แล”

พระศาสดา เมื่อจะทำอนุโมทนาแก่เขา ได้ตรัส ๒ พระคาถานี้ว่า :-

”บัดนี้ ท่านเป็นผู้มีวัยอันชรานำเข้าไปแล้ว, เป็นผู้เตรียมพร้อมเพื่อจะไปสู่สำนักของพระยายม, อนึ่ง แม้ที่พักในระหว่างทางของท่านก็ยังไม่มี, อนึ่ง ถึงเสบียงทางของท่าน ก็หามีไม่, ท่านนั้นจงทำที่พึ่งแก่ตน, จงรีบพยายาม จงเป็นบัณฑิต ท่านเป็นผู้มีมลทินอันกำจัดได้แล้ว ไม่มีกิเลส เพียงดังเนิน จักไม่เข้าถึงชาติชราอีก”
Posted by : รีเบล
วัน/เวลา : 1/4/2550 9:21:18
ใบไม้พริ้วปลิวว่อนสลอนหล้า
ต่างเพลามิติวงอสงไขย
หาเบื้องต้นค้นเบื้องปลายหมายที่ใด
ตราบหวิวไหวในเพลงลมชมกามา
 
ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงสะบัดโบก
สัมผัสโลกสัมผัสใจไคล้ตัณหา
กี่รอยเท้าเหยียบย่ำซ้ำวัฏฏา
สลักอุรากามารมณ์ถมถั่งจินต์
 
ชาติชรามรณะเวียนเปลี่ยนภูมิภพ
พานประสบสุขโศกกระแสสินธุ์
เที่ยวเร่ร่อนโคจรนิวรณ์ระบิล
กรรมมิสิ้นทอดกำเนิดเกิดวงศ์วาน
 
อนธการหรือเฉไฉโอ้ใจหนอ
จึงเคลียคลอล้อเล่นเห็นสนาน
กามกินเกียรติละเลียดไล้ใคร่สำราญ
จมดักดานในปลักง้วนม่วนหมกมุ่น


Posted by : โมทนา
วัน/เวลา : 27/6/2552 13:03:14
แสดงความคิดเห็น
ข้อความ
รูปภาพ
ชื่อ
อีเมล์
ให้ใส่เป็นตัวเลขอารบิก